Get Adobe Flash player


พระเจ้าหลานเธอ
พระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภา
เสด็จวัดกู้

พระนางเรือล่ม

สมเด็จพระนางเรือล่ม นางผู้เป็นที่รักยิ่งของพระพุทธเจ้าหลวง

 

 

   สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ทรงเป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับเจ้าจอมมารดาเปี่ยม ประสูติในพระบรมหาราชวัง ณ วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2403 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชทานพระนามมีคำแปลดังนี้ ” พระองค์เจ้าหญิงองค์นี้ ทรงนามว่า สุนันทากุมารีรัตน์อย่างดังนี้ จงอย่ามีโรค จงมีความสุข ปราศจากทุกข์และความวุ่นวายเถิด พระองค์เจ้านั้นจงมั่งคั่งด้วยทรัพย์มากมีโภคมาก มียศและบริวารไม่แปรผัน ขอพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ กับทั้งอารักขาเทพดา จงช่วยอภิบาลรักษาพระองค์เจ้าหญิงสุนันทากุมารีรัตน์นั้นให้พ้นไปจากอันตรายเป็นนิตย์ ขอความสัมฤทธิ์จงมีแก่พระองค์เจ้าหญิงสุนันทากุมารีรัตน์เทอญ “

  พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดและเป็นห่วงสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ มากจะเห็นได้จากพระบรมราชโองการพระราชทานเงิน ขอนำมาเฉพาะบางตอนดังนี้

  ” สมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎ สุทธสมมติเทพยพงษ์วงษาดิศกรกระษัตริย์ วรขัติยราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ บรมธรรมิกมหาราชบรมนารถบพิตร พระจอมเกล้าเจ้าแผ่นดินสยาม เป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ 4 ในพระราชวงศ์ซึ่งตั้งกรุงรัตน์โกสินทร์ มหินทรายุทธยานี้ ผู้เป็นพระบิดาของพระองค์เจ้าหญิงสุนันทากุมารีรัตน์บุตรี จะขอสั่งสอนผู้บุตรไว้ว่า พระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์เอ๋ย พ่อขอสั่งแก่ตัวเจ้าไว้ ทรัพย์ที่มีหางว่าวจำนวนผูกติดกับหนังสือนี้ มีตราของพ่อปิดไว้เป็นสำคัญเท่านี้พ่อให้แก่เจ้าคนเดียว ตัวเจ้าเมื่อโตใหญ่อายุได้ 16 ปีแล้วจงคิดอ่านเอาเป็นทุนทำมาหากินแลเลี้ยงตัวต่อไป แลใช้สอยตามสมควรเถิด แต่พ่อขอเสียอันขาดทีเดียว คิดถึงคำพ่อสั่งให้มากนักหนาอย่าเล่นเพื่อนกับใครเลย มีผัวเถิดอย่าให้ปอกลอกเอาทรัพย์ของเจ้าไปได้นัก จงรักษาทุนของพ่อให้ไว้นี้เป็นเกียรติยศชั่วลูกชั่วหลาน เอาแตกำไรใช้สอยเจ้าจงอย่าเล่นเบี้ยเล่ยโปเล่นหวยเป็นอันขาด แลอย่าทำสุยรุ่ยสุยร่ายใช้เงินทองง่ายไม่คิดหน้าคิดหลัง จงคิดอ่านทำมาหากินตริตรองให้ดี…..”

  ดังพระบรมราชโชวาทพระราชทานเงิน 100 ชั่ง ทำให้เราเห็นว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วงพระราชธิดาองค์นี้ว่ามากและเมื่อ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ มีพระชนม์ได้ 8 พรรษา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็เสด็จสวรรคต

  เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ มีพระชนม์ราว 15-17 พรรษา ได้ทรงเป็นพระอัครมเหสีพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ได้ทรงมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์แรกวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2421 คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิงกรรณาภรณ์เพ็ชรรัตน์ โสภางคทัศนิยลักษณ์ อรรควรราชกุมารี เป็นพระราชธิดาองค์ที่ 21

สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ทรงอุ้มสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิงกรรณาภรณ์เพ็ชรรัตน์

  สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ และ  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิงกรรณาภรณ์เพ็ชรรัตน์  ทรงดำรงความโสมนัสเป็นที่เบิกบานพระราชหฤทัยในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เพียงไม่กี่ปี เหตุการณ์อันน่าเศร้าสลดใจก็เกิดขึ้น ดังจากเหตุการณ์ตอนนี้จาก จดหมายเหตุพระราชกิจรายวันภาคที่ 9 หน้า 122 วันจันทร์ แรม 8 ค่ำ เดือน 7 ปีมะโรง โทศกจุลศักราช 1242 ตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2424 ซึ่งมีข้อความว่า

  ” เวลาเช้า 2 โมง จะเสด็จพระราชดำเนินไปบางปะอินปล่อยเรือพระประเทียบไปก่อนเช้า 2 โมงเศษ เสด็จวัดพระศรีรัตนศาสดารามทอดพระเนตรแล้วเสด็จเข้าไปในพระอุโบสถทรงนมัสการ และทอดพระเนตร หม่อมราชวงศ์แจ้งขัดพื้นพระอุโบสถเป็นตัวอย่างถวายโปรดเกล้า ฯ ว่าจะจ่ายคนให้ขัด พวกหม่อมราชวงศ์นั้นให้เป็นแต่คอยชักเงา แล้วเสด็จมาตำหนักแพลงเรือพระที่นั่งโสภณภควดี สมเด็จพระองค์น้อย กรมหมื่นนเรศร์ พระองค์เจ้าเทวัญ พระองค์เจ้าวรดิศวรกุมาร พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณกับหัวหมื่น พระนายไวยสรรเพธ หลวงนายฤทธิ์ ไปเรือพระที่นั่ง พระยาประภากรวงศ์เป็นกัปตัน ออกเรือเวลาเช้า 3 โมงครึ่ง ครั้นไปถึงบางตลาดจะเข้าปากเกร็ดพบเรือราชสีห์ จมื่นทิพเสนากับปลัดวังซ้ายลงมากราบทูลว่า เรือพระนั่งพระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ซึ่งเรือปานมารุตจูงไปนั้นล่มที่บางพูด สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิงกรรณาภรณ์เพ็ชรรัตน์  สิ้นพระชนม์ จึงรีบแล่นเรือพระที่นั่งขึ้นไปถึงบางพูดเช้า 5 โมง เห็นเรือไฟและเรือพระประเทียบทอดอยู่กลางน้ำที่เขาดำทราย เหนือบ้านพระยาเกียรติหน่อย ประทับเรือพระที่นั่งเข้าที่เรือปานมารุต ไล่เลียงกรมหมื่นอดิศรกับพระยามหามนตรีด้วยเรื่องเรือล่ม พระยามหามนตรีทูลว่า เรือราชสีห์ซึ่งจูงเรือพระองค์เจ้าสุขุมาลย์นั้นไปหน้าใกล้ฝั่งตะวันตก เรือโสรวารซึ่งพระยามหามนตรีไปจูงเรือพระองค์เจ้าเสาวภาตามไปเป็นที่สองแนวเดียวกัน เรือยอชสมเด็จกรมหลวงซึ่งจูงเรือกรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูรไปทางฝั่งตะวันตกแล่นตรงกันกับเรือราชสีห์แล้วเรือปานมารุตแล่นสวนขึ้นมาช่องกลางห่างเรือโสวาร สักราว 10 ศอก พอเรือปานมารุตแล่นขึ้นมาไปใกล้เรือราชสีห์ก็เบนหัวออก เรือพระประเทียบเสียท้ายปัดไปทางตะวันออก ศีรษะเรือไปโดนข้างเรือโสรวารน้ำเป็นระลอกปะทะกดศีรษะเรือพระประเทียบจมคว่ำลง พระยามนตรีว่าได้ลงน้ำดำเข้าไปในเก๋ง เชิญเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอออกมาก็สิ้นพระชนม์เสียแล้ว แต่กรมหมื่นอดิศรซัดพระยามหามนตรีว่าเป็นเพราะเรือโสรวารหนีตื้นออกมา จึงเป็นเหตุเรือปานมารุตแล่นห่างกว่า 10 ศอก ต่างคนต่างซัดกันจึงโปรดเกล้า ฯ ให้ เจ้านายขึ้นไปไล่เลียงดูที่คนอื่น ๆ ทีละสองคนแยกกันถาม จึงได้ความว่า พระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ก็สิ้นพระชนม์ด้วยกับพระพี่เลี้ยงอีกคน 1 ตาย และคนที่อยู่ในเก๋งออกไม่ทันบ้าง ที่สลบก็แก้ฟื้นขึ้นได้หลายคน จึงไล่เลียงได้ความว่าเมื่อเรือล่มคว่ำนั้น พระองค์เจ้าสุนันทากุมารัรัตน์ประทับอยู่ในเก๋งยังเสด็จออกไม่ได้จึงได้ช่วยกันหงายเรือขึ้น การที่หงายนั้นว่าช้ามากกว่าครึ่งชั่วโมงจึงได้สียท่วงที เมื่อเชิญพระศพขึ้นมาที่เรือปานมารุตแล้วก็ช่วยแก้ไขกันมาก ครั้งนี้เผอิญให้หลวงราโชมาในเรือปานมารุตด้วย ได้ช่วยแก้เต็มกำลังก็ไม่ฟื้น ชาวบ้านที่แก้พวกข้าหลวงรอดหลายคน เอามาแก้ก็ไม่ฟื้นได้ เมื่อได้ความดังนี้แล้วจึงได้ทราบใต้ฝ่าละออง ฯ ว่าพระองค์เจ้าสุนันทากุมารรัตน์สิ้นพระชนม์ด้วยเมื่อเรือพระที่นั่งมาประทับไล่เลียงอยู่นั้นสัก 10 มินิตกว่าก็ไม่ทราบไม่มีใครกราบบังคมทูล และกรมสมเด็จพระสุดารัตน์กับเจ้านายก็มาประชุมพร้อมอยู่ในเรือปานมารุต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็เสด็จขึ้นไปประทับอยู่ในเรือปานมารุตให้ช่วยกันแก้ไข ด้วยพระองค์ยังร้อนอ่อนอยู่ จนบ่าย 2 โมงก็ไม่ฟื้นขึ้นได้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเศร้าโศกพระทัยยิ่งนัก…รับสั่งให้พระองค์สายจัดเรือพระที่นั่งเวสาตรีรับพระศพ และเชิญเสด็จเจ้านายที่ไปเรือเล็กขึ้นประทับบรเรือพระที่นั่งเวสาตรี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็เสด็จประทับมาในเรือพระที่นั่งนั้นด้วย เชิญพระศพขึ้นจวนทุ่มไว้ที่ห้องสลูน

  ครั้นในวันที่ 3 มิถุนายน ” บ่ายโมง สมเด็จกรมหลวงกับสมเด็จพระองค์น้อย กรมหมื่นพิชิต กรมหมื่นภูธเรศ ไปพร้อมกันที่วังสมเด็จกรมพระชำระความเรื่อง เรือล่มถามตั้งแต่กรมหมื่นอดิศร ตลอดไปจนคนคนเลวที่ไปในเรือประเทียบ จึงได้ความว่า การที่เรือล่มนี้ถ้าช่วยกันทันทีหงายเรือขึ้นแล้ว พระองค็เจ้า และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เห็นจะไม่เป็นอันตราย ที่พระยามนตรีทำการช้าไปไม่สมควรกับเหตุด้วยเรือล่ม แล้วไม่ให้คนโดดลงไปโดยเร็ว และเรียกคนช่วยกันให้พร้อมหงายเรือให้ทันท่วงที มัวแต่เรียกสำปั้นพายไปแล้วยังมิหนำคนชาวบ้านมาช่วยห้ามเสีย ที่กราบทูลว่าลงไปดำได้ศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอองค์นั้น ( ที่จริงแล้วพระองค์เจ้าเทวัญเป็นผู้ดำได้ พระราชทานรางวัล 10 ชั่ง ) ในคำให้การบางคนก็ว่าลงน้ำ บางคนก็ว่าไม่ได้ลงแต่มีตัวคนที่ดำได้ให้การซัดหลายปาก…รับสั่งถามสมเด็จกรมพระสมเด็จกรมหลวง สมเด็จพระองค์น้อยเรื่องชำระความท่านทูลถามตามเรื่อง จึงกริ้วพระยามหามนตรีว่าแกล้งไม่ช่วยกันจริง ๆ และทูลปดและอะไรอื่นๆ ไปมาก “

  ในชั้นแรกนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  มีพระราชดำริที่จะจัดการพระเมรุที่บางปะอิน ทั้งนี้มีปรากฎในพระราชหัตถเลขาถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ดังนี้

  ถึง ท่านกรมท่า
” ด้วยฉันมีความเสียใจที่จะแจ้งความให้ทราบ ฉันขึ้นไปบางปะอิน สุนันทากับลูกหญิงไปในเรือโบตเรือปานมารุตลาก ถึงบางพูดโดนเรือโสรวารซึ่งพระยามหามนตรีไปในลำนั้น ล่มจนคว่ำอยู่ช้านาน ไม่มีผู้ช่วยทันทีสุนันทากับลูกหญิงแลขรัวยายเลี้ยงคนหนึ่งตาย ฉันมีความวิตกว่า ถ้าจะพาศพลงมากรุงเทพ ฯ จะขายหน้าแก่สมเด็จพระนางโสมนัสคิดจะพาศพขึ้นไปทำทีบางปะอิน แต่เจ้านายมีสมเด็จกรมพระ ฯ เป็นหัวหน้า ขุนนางมีพระยาประภากรวงศ์เป็นหัวหน้าขอให้ลงมากรุงเทพ ฯ รับจะช่วยการศพให้เหมือนแต่ก่อนๆ มา ฉันจึงได้พาศพลงมากรุงเทพ ฯ คุณสุรวงษ์ก็ได้มีความสงสารด้วยได้รับช่วยการแข็งแรงเหมือนกัน ศพนั้นควรจะขึ้นอยู่ปราสาท ( พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท )ได้ตามอย่างเจ้านายวังหลวงสำคัญที่ตายแต่ก่อน แต่ฉันกลัวว่าคนทั้งปวงจะพากันว่าเอาศพคนท้องขึ้นไว้บนปราสาท จึงได้เอามาไว้ที่หอธรรมสังเวช ( เป็นที่สำหรับตั้งพระศพเจ้านาย ในปัจจุบันหอธรรมสังเวชนี้ไม่มีอีกแล้ว ) เหมือนอย่างครั้งกรมสมเด็จพระเทพสิรินทร สมเด็จกรมพระ ฯ กับคุณสุรวงษ์ได้คิดการเกนไม้ จะมาทำเมรุท้องสนามหลวงกำหนดไว้เดือน 4 ปีนี้ กงสุลต่างประเทศมี มิสเตอร์ บัลเครฟ กงสุลเยเนราล อังกฤษ ได้แสดงความโศกเศร้าถามข่าวด้วยแทนทุกกงสุล ชื่อที่ใช้นั้นฉันขอให้ใช้เรียกคำนำเป็น สมเด็จพระนางเธอสุนันทากุมารีรัตน์ พออย่าให้เป็นที่อับอายแก่ลูกต่างกรม แต่คำอังกฤษนั้นใช้ปรินเซส ใช้กวีนแต่คนเดียว ที่กวีนนั้นนึกว่าจะให้ใช้แปลกกันเป็น สมเด็จพระนางเจ้า มีชื่อแล้วจึงใช้พระราชเทวีเติมข้างท้าย การซึ่งเป็นขึ้นครั้งนี้ เพราะฉันเชื่อผิด คิดผิดมีความโทมนัสเสียใจยิ่งนักแทบจะถึงกับชีวิต จึงได้จอหมายถึงเธอช้าไป มีความคิดถึงเธอเป็นที่สุด ถ้าอยู่แล้วจะเป็นที่หวังใจวางใจฉันทุกประการ การซึ่งตกลงกันไปแล้วนี้จะเป็นการตลอดไปฤาไม่ตลอดไม่ทราบ แต่เห็นว่าชีวิตฉันในเวลานี้จะให้ตายนั้นไม่สู้ยากนัก จะบอกอะไรอีกไม่ได้แล้ว ไม่มีเสียงพูด…. ”
เขียนที่หอธรรมสังเวช ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพ ตรงกับวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ 2423
( พระบรมนามาภิไธย ) สยามมินทร์
ลูกหญิงนั้นชื่อ กรรณาภรณ์เพ็ชรรัตน์ อายุได้ 1 ปี 9 เดือน กับ 20 วัน แม่อายุ 19 ปี 6 เดือน กับ 22 วัน มีท้องอยู่ได้ 5 เดือนเต็ม
( พระบรมนามาภิไธย )  C.R.S

  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเรียกสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ว่า ” แม่ใหญ่ ” และเรียกสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สมเด็จพระศรีสวรินทิรา พระบรมราชเทวีว่า ” แม่กลาง ” และสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถว่า ” แม่เล็ก ” และแม่ใหญ่หรือหญิงใหญ่นั้น ปรากฎว่า ” เป็นคนว่ายน้ำแข็ง แจวเรือพายเรือได้แข็ง “

ในหนังสือประวัติของจอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีได้กล่าวถึงเหตุการณืในระยะนี้ว่า

  ” ในระหว่างนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระปริวิปโยคมีความเศร้าโศกเป็นอันมาก จนไม่มีใครจะเข้ารอพระพักตร์ได้ และมีพระกระแสรับสั่งให้ปิดพระทวารกั้นเป็นพิเศษ มิให้ข้าราชการฝ่ายในออกมาพลุพล่านรบกวนได้ มีแต่เจ้าหมื่นไววรนาถและพวกมหาดเล็กคอยตั้งเครื่องอานรับใช้อยู่แต่เพียง 6 – 7 คนเท่านั้น ก็ทรงพระกันแสงพิลารำพันไปต่าง ๆ นานา จนกระทั้งประชวรพระวาโยไป ( เป็นลม ) “

  ครั้นถึงวันที่พระราชทานเพลิงศพ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ สมเด็จเจ้าพระยาท่านเสนาบดีกงสุลต่างประเทศเฝ้าอยู่พร้อมกันอยู่ด้านตะวันตก ครั้นเรียบร้อยแล้วพระบาทสมเด็จพระจุลจอมจุลเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปพระราชทานเพลิงพระศพทั้งสองพระองค์ และพระบรมวงศานุวงศ์ข้าราชการฝ่ายหน้าและกงสุลต่างประเทศพร้อมกันขึ้นไปถวายพระเพลิง และสมเด็จพระนางเจ้า พระนางเธอ พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าทูลละอองธุลีพระบาทฝ่ายในและคนอื่น ๆ ก็ขึ้นไปถวายพระเพลิงเป็นอันมาก เสียงร้องไห้กึกก้องไปทั้งนั้น…..

  ด้วยความระลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ผู้เป็นที่รักยิ่ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรด ฯ ให้สร้างอนุสาวรีย์ขึ้น 3 แห่ง ที่พระราชวังบางปะอิน สวนสราญรมย์ น้ำตกพริ้ว

  อนุสาวรีย์ที่พระราชวังบางปะอิน เป็นอนุสาวรีย์สร้างด้วยหินอ่อน ตอนกลางเป็นรูปสี่เหลี่ยม ด้านตะวันตกมีจารึกเป็นภาษไทย ทางด้านใต้ของอนุสาวรีย์ทำเป็นรูปช่อดอกไม้ และใบไม้ล้อมพระนามย่อ ” สกร ” อยู่ภายใต้มงกุฎ ทางด้านเหนือทำเป็นรูปช่อดอกไม้ หรือพวงหรีดล้อมเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์

คำจารึกที่อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ นางผู้เป็นที่รักยิ่ง

ที่รฦกถึงความรัก
แห่ง
สมเดจพระนางเจ้า สุนันทากุมารีรัตน์
พระบรมราชเทวี อรรคมเหษี
อันเสดจทิวงคฅแล้ว
ซึ่งเธอเคยมาอยู่ในสวนนี้ โดยความศุขสบาย
แลเปนที่เบิกบานใจพร้อมด้วยผู้ซึ่งเปนที่รัก แลที่
สนิทอย่างยิ่งของเธอ
อนุสาวรี นี้สร้างขึ้น
โดย
จุฬาลงกรณ์ บรมราช
ผู้เป็นสามี อันได้รับความโศกเศร้าเพราะความทุกข์
อันแรงกล้าในเวาลนั้น แทบจะถึงแก่ชีวิตร
ถึงกระนั้นยังมิได้หักหาย
จุลศักราช ๑๒๔๓

อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ที่พระราชวังบางปะอิน 

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปิดอนุสาวรีย์นี้เมื่อ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2426 มีบันทึกในจดหมายเหตุว่า

  ” เวลาเช้าย่ำรุ่งเศษ เสด็จออกโรงละครในพระราชอุทยานทรงจุดเทียนนมัสการ พระอมราภิรักขิตถวายศีล พระสงฆ์ถวายพระพรไปหยุดที่ชยันโตรอพระฤกษ์ ครั้นได้พระฤกษ์ตรงเวลาโมง 1 กับ 6 นาที ทรงชักเชือกเปิดคลุมอนุสาวรีย์ที่ระลึกสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี มีประโคม พระสงฆ์ ชยันโต ทรงโปรยพระสุหร่าย ทรงเจิม และทรงวางพวงมาลาใบไม้แล้ว โหรติดผ้าสีชมพูแล้วทรงประเคน “

  การที่ทรงเปิดอนุสาวรีย์ในวันนี้ เพราะตรงกับวันทิวงคฅของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2423

อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ที่สวนสราญรมย์

Comments are closed.



พระครูวิมลสุวรรณกร
เจ้าอาวาสวัดกู้
รองเจ้าคณะอำเภอปากเกร็ด
ประมวลภาพกิจกกรรม
watkoo0008 watkoo0057 watkoo0050 watkoo0017 watkoo0005 watkoo0045 watkoo0051 watkoo0056 watkoo0027 watkoo0040 watkoo0064 watkoo0032 watkoo0066 watkoo0055 watkoo0019 watkoo0049 watkoo0023 watkoo0039 watkoo0024 watkoo0002 watkoo0015 watkoo0060 watkoo0054 watkoo0063 watkoo0011 watkoo0061 watkoo0012 watkoo0022 watkoo0029 watkoo0020 watkoo0058 watkoo0004 watkoo0044 watkoo0021 watkoo0037 watkoo0001